พราว ลิ่มพงศ์พันธุ์: ผู้ร่วมก่อตั้งและสร้าง Zipmex ให้ทีมโต 10 เท่าใน 2 ปี

คุยกับ คุณพราว ลิ่มพงศ์พันธุ์ CMO แห่ง Zipmex ที่หลงใหลในการปั้นธุรกิจให้โตจนสามารถเปลี่ยนโรงงานผลิต Jewelry เล็กๆ ให้กลายเป็นแบรนด์ที่ทำกำไรได้ 16 เท่าและขยายบริษัทคริปโทฯ Zipmex จากทีม 30 คนสู่ทีม 300 คนภายใน 2 ปี เรียนรู้เส้นทางความสำเร็จของเธอได้ที่นี่

ชีวิตวัยเรียน

คุณพราวเรียนที่โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดีมาก่อน แต่พอเห็นเพื่อนๆ ไปเรียนต่อมัธยมปลายที่ต่างประเทศกันเยอะก็เลยอยากไปบ้าง เธอจึงสมัครเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนประจำหญิงล้วนชั้นนำแห่งหนึ่งในอังกฤษ ระหว่างเรียนเธอค้นพบว่าตัวเองสนใจด้านเศรษฐศาสตร์เพราะเคยเข้าร่วมโครงการ Young Enterprise จึงตัดสินใจเรียนต่อที่ London School of Economics and Political Science แต่พอเข้าไปเรียนเธอกลับพบว่าสิ่งที่ได้เรียนนั้นจะค่อนข้างเน้นไปทางทฤษฎีมาก และตัวเธอเองเป็นคนชอบอะไรที่นำไปปรับใช้กับโลกความเป็นจริงได้มากกว่า ตอนเรียนจบเธอจึงเลือกทำงานสายที่ปรึกษาธุรกิจ และเรียนต่อ MBA ที่ Harvard Business School สหรัฐอเมริกา

สิ่งที่คิดว่าชอบอาจไม่ใช่สิ่งที่ใช่

เธอเคยคิดว่าตัวเองสนใจด้าน Retail เธอจึงพยายามสมัครงานกับบริษัท Retail หลังเรียนจบแต่ก็พบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะถ้าเลือกได้บริษัทเหล่านี้ก็อยากเลือกคนท้องถิ่นมากกว่าเพราะไม่อยากสปอนเซอร์วีซ่าให้กับชาวต่างชาติที่มาหางาน เธอจึงต้องมองหาบริษัทที่พร้อมจะออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก่อนจะลงตัวที่ LVMH ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์หรูชื่อดังอย่าง Louis Vuitton, Christian Dior, Celine และอีกหลายแบรนด์ 

แต่พอลองคุยไปคุยมาก็พบว่าเธอไม่ได้สนใจตัวธุรกิจ Retail อย่างที่คิด เธอแค่สนใจตัวโปรดักต์ในฐานะผู้บริโภคมากกว่า โชคดีที่ช่วงนั้น L Catterton (บริษัท Private Equity ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง LVMH และ Catterton) ได้ลงทุนกับ John Hardy ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องประดับที่ผลิตที่เมืองไทยพอดี คุณพราวจึงได้รับการติดต่อให้มาร่วมงานและทำให้เธอได้พบกับโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับเธอ

หน้าที่ของบริษัท Private Equity คือการให้เงินลงทุนกับบริษัทต่างๆ เพื่อทำให้บริษัทเหล่านั้นเติบโตแล้วขายให้คนอื่นต่อภายใน 5 ปี ส่วนหน้าที่ของคุณพราวที่อยู่ฝ่าย Operation คือการเข้าไปปรับปรุงการทำงานทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งตรวจสอบความสามารถในการผลิตของโรงงาน วางแผนเรื่อง Demand เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายการจัดเก็บ (Inventory) ไปจนถึงการเพิ่มหน้าร้านขายปลีกนอกเหนือจากช่องทางออนไลน์ 

งานนี้ทำให้เธอค้นพบว่าตัวเองชอบการได้ปรับปรุงพัฒนาองค์กรเพื่อให้องค์กรขยายตัวด้วยระยะเวลาไม่นานจากฝีมือของเธอเองเมื่อเทียบกับตอนเป็นที่ปรึกษาที่เธอจะเป็นคนแนะนำเฉยๆ แต่ลูกค้าจะตัดสินใจทำตามที่เธอแนะนำหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับลูกค้าอีกที 

แบรนด์เครื่องประดับที่เน้นความยั่งยืน

นอกจากนี้การช่วยปรับปรุง John Hardy ยังทำให้เธอรู้ด้วยว่าเมืองไทยคือแหล่งผลิตเครื่องประดับของแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย เธอจึงอยากทำให้แบรนด์เครื่องประดับที่ Made in Thailand เป็นที่รู้จักในแง่ของชื่อเสียงและคุณภาพที่ดีมากกว่านี้ 

เธอจึงตัดสินใจทำแบรนด์ Ennovie ร่วมกับเพื่อนอีกสองคนที่มีโรงงานผลิตอยู่แล้ว โดยความแตกต่างของแบรนด์นี้คือการผลิตอย่างยั่งยืนไม่ว่าจะมีการใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์หรือการใช้น้ำรีไซเคิล และยังนำรายได้ส่วนหนึ่งไปบริจาคให้กองทุนที่ช่วยให้ชุมชนกะเหรี่ยงในแม่ฮ่องสอนเข้าถึงการใช้น้ำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

จุดเริ่มต้นZipmex

หลังจาก Ennovie เริ่มอยู่ตัวและสามารถทำกำไรได้ถึง 16 เท่า ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่คุณพราวก็ถูกชวนให้ไปเป็น Investor รอบ Seed Round ให้กับ Zipmex พอดี คุณพราวที่สนใจด้านคริปโทฯ อยู่แล้วได้ให้ความช่วยเหลือเยอะมากจนกลายเป็นพาร์ทไทม์และสุดท้ายกลายเป็นฟูลไทม์ในที่สุด เธอเล่าให้ฟังว่า Zipmex คือแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่ Operate ในเมืองไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ที่ใช้คำว่าแพลตฟอร์มก็เพราะว่า Zipmex ทำได้ทั้ง เทรด ออม ใช้จ่ายซื้อของ และได้ Experience อื่นๆ อย่าง NFT และ Metaverse ด้วยไม่ใช่แค่เทรดอย่างเดียว

เคล็ดลับการขยายทีม

เนื่องจากคุณพราวมีประสบการณ์ในการสเกล 2 บริษัทให้เติบโตขึ้นหลายเท่าทั้งในแง่กำไรและพนักงานในระยะเวลาสั้นๆ เราจึงอยากรู้ว่าคุณพราวมีวิธีการเพิ่มพนักงานอย่างไร โดยคุณพราวให้คำตอบมาว่าในกรณีของ Ennovie คนที่ต้องหาเพิ่มคือพนักงานในโรงงานเพราะฉะนั้นจึงต้องการคนที่ทำงานได้เป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ตรงกันก็ได้ การหาคนเพิ่มจึงไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปถ้าเธอดูแลพนักงานดี 

ถ้าเป็นในกรณีของ Zipmex ความท้าทายในช่วงแรกที่คริปโทฯ ยังไม่เป็นกระแสคือการที่ไม่สามารถหาคนที่ทั้งเก่งและมีประสบการณ์เกี่ยวกับคริปโทฯ โดยตรง เธอจึงต้องใช้วิธี Recruit คนรู้จักรอบตัวที่เก่งแล้วค่อยมาสอนเรื่องคริปโทฯ กันใหม่ ส่วนในปัจจุบันที่ตลาดคริปโทฯ บูมแล้วก็มีคนสนใจอยากสมัครงานเยอะขึ้นมาก แต่ก็ต้องดูก่อนว่าเขาสนใจเพราะอะไร มีวิสัยทัศน์ตรงกันหรือเปล่า ความท้าทายในระยะหลังจึงอยู่ที่การมองหาคนที่มีความเชื่อเดียวกันมากกว่า

คำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่

คุณพราวอยากให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ First Jobber คำนึงถึงวัฒนธรรมการทำงาน ทีมที่ใช่ และหัวหน้างานจะเป็นคนที่ช่วยให้เราเติบโตได้เป็นหลักเวลาสมัครงาน หลายคนอาจจะคิดว่าควรนึกภาพให้ชัดเจนตั้งแต่แรกว่าอยากทำงานอะไร อยากเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไหน แต่ถ้าสมัครงานในบริษัทอย่างสตาร์ทอัพการย้ายไปช่วยฝั่งอื่นนอกเหนือจากที่สมัครเข้ามาก็เป็นเรื่องปกติมากเพราะเป็นเนเจอร์ของบริษัทประเภทนี้ที่ต้องปรับตัวตลอดเวลา หรือในอีกกรณีคืองานในฝันที่คิดไว้เวลาได้ลงมือทำจริงๆ แล้วอาจจะไม่ได้ชอบอย่างที่คิดก็ได้ คุณพราวเลยอยากแนะนำให้มองหาสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้เราเติบโตดีกว่า

ไม่อยากให้ให้คนรุ่นใหม่มองแค่เนื้องานเวลาสมัครงาน แต่ต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมการทำงาน ทีมที่ใช่ และหัวหน้างานจะเป็นคนที่ช่วยให้เราเติบโตด้วย

สูตรความสำเร็จกับ "ที่สุด" ของประเทศ

คอร์สออนไลน์กับผู้บริหาร ผู้นำทางความคิด แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน