Kevin Plank: จากเด็กเกเร ไม่รักเรียน สู่ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Under Armour

Kevin Plank จากเด็กเกเร ไม่รักเรียน สู่ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ระดับโลกอย่าง “Under Armour”

 

ในช่วงมหาวิทยาลัย Kevin Plank ได้เรียนต่อคณะธุรกิจ และมีโอกาสได้เล่นอเมริกันฟุตบอลให้กับทีม Maryland Terrapins โดยเขาเป็นคนที่เหงื่อออกมากที่สุดในสนาม ทำให้ตัวเขาเองหงุดหงิดกับเสื้อซับในที่ชุ่มด้วยเหงื่อ จนทำให้ไม่สบายตัว แต่เขาสังเกตเห็นว่า กางเกงรัดกล้ามเนื้อจะแห้งทุกครั้งเวลาที่ลงแข่ง และนี่คือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ระดับโลกในอนาคตอย่าง “Under Armour”

 

ในปี 1996 Kevin Plank จึงเริ่มธุรกิจในโรงรถบ้านคุณย่า และวางขายเสื้อกีฬาตัวแรก คือ #0037 ที่ทั้งมีเนื้อผ้านุ่ม และสามารถช่วยซับเหงื่อได้ดีกว่าแบรนด์อื่น ช่วยทำให้นักกีฬามี Performance ที่ดีขึ้นได้ โชคดีที่เขาได้มีโอกาสลองทำหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขายดอกกุหลาบในช่วงวันวาเลนไทน์ และการขายเสื้อยืดที่คอนเสิร์ต ทำให้เขามีเงินเก็บ 20,000 เหรียญ โดยนำเงินก้อนนี้ บวกกับการหมุนเงินจากบัตรเครดิตอีก 5 ใบ มาใช้เป็นเงินทุนในการทำธุรกิจ

 

ด้วยความที่ Under Armour เป็นแบรนด์อุปกรณ์กีฬาที่ชูเรื่อง Performance หรือสวมใส่เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเล่นกีฬา และการออกกำลังกายต่างๆ โดยในปี 1996 ปีเดียวกัน Kevin Plank ได้เริ่มทำการตลาดโดยส่งเสื้อไปให้นักกีฬาลองใส่ จึงทำให้เกิดการบอกต่อแนะนำสินค้าในห้องแต่งตัวนักกีฬา

 

และปลายปีนั้น เขาได้รับสายจากลูกค้ารายแรก คือ ผู้จัดการฝ่ายอุปกรณ์ของทีมอเมริกันฟุตบอล Atlanta Falcons ซึ่งถามว่า Under Armour ผลิตเสื้อแขนยาวหรือไม่ Kevin Plank รีบตอบทันทีว่า มีสินค้าเสื้อแขนยาว ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ทำเสื้อแขนยาวมาก่อน หลังจากนั้น เขาจึงรีบติดต่อ Supplier และหาทางผลิตเสื้อแขนยาวจนสำเร็จในที่สุด

 

จนในปี 1999 บริษัทประสบกับปัญหาด้านการเงิน ถึงขนาดที่เงินเกือบจะหมดบริษัท แต่ Kevin Plank ต้องการที่จะลงทุนด้านการตลาด โดยเขาเชื่อว่าการลงโฆษณา Under Armour ใน ESPN Magazine จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

 

แต่ปัญหาคือการลงโฆษณาครั้งนี้กลับมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 25,000 เหรียญ บริษัทจึงต้องแจ้งกับพนักงานว่าจะไม่ได้รับเงินเดือน 2-3 อาทิตย์ เพื่อนำเงินไปลงโฆษณา ซึ่งพนักงานต่างโอเคกับการลงทุนในครั้งนี้ และผลตอบรับก็ดีเกินคาด ทำให้จากบริษัทที่เกือบเจ๊ง สร้างยอดขายได้เกือบ 1 ล้านดอลลาร์ทันที 

 

นอกจากนี้ Under Armour ยังทำให้นักกีฬาชื่อดังเริ่มหันมาซื้อสินค้าของตัวเอง และตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ จนทำให้ Under Armour กลายเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ และมียอดขายกว่า 1 พันล้านเหรียญในปี 2010

 

ด้วยการวางตัวแบรนด์ Under Armour เป็นแบรนด์อุปกรณ์กีฬาที่ชูเรื่อง Performance ที่สวมใส่เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเล่นกีฬา หรือออกกำลังกายต่างๆ ซึ่งต่างจากคู่แข่งอย่าง Nike หรือ Adidas ที่วางตัวเองเป็นแบรนด์ Fashion and Lifestyle

 

Under Armour จึงถ่ายทอดโฆษณาออกมาให้สื่อถึงความตั้งใจ มีวินัย แข็งแกร่ง และแรงกระตุ้น ผ่านนักกีฬาชื่อดังที่ฝึกซ้อมอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็น Stephen Curry นักบาสเกตบอล NBA ร่างเล็กแต่มากด้วยฝีมือ หรือ Michael Phelps นักกีฬาว่ายน้ำ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 28 เหรียญ จะเห็นได้ว่า ทั้งสองคนต้องฝึกฝนอย่างหนัก แต่ด้วยความอดทนและมีวินัย ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จได้

 

แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะราบรื่นตลอด ลูกค้าผู้หญิงมักจะมองข้ามแบรนด์อย่าง Under Armour เพราะคิดว่า Under Armour เป็นแบรนด์สำหรับผู้ชายที่เล่นกีฬาจริงจัง แบรนด์จึงออกแคมเปญ “I Will What I Want” ซึ่งรวมเรื่องราวของนักกีฬาผู้หญิง เพื่อถ่ายทอด “อย่าให้คนอื่นมาบอกว่าคุณทำอะไรไม่ได้ แต่ด้วยการฝึกซ้อมอย่างหนักทำให้พวกเธอแข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จ” แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้ Under Armour สร้างยอดขายจากสินค้าผู้หญิงมหาศาล

 

ในปี 2019 Forbes เผยว่า Kevin Plank มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 1.9 พันล้านเหรียญ

 

รู้หรือไม่ว่า เริ่มแรก Kevin Plank ตั้งชื่อแบรนด์อุปกรณ์กีฬา “Heart” แต่ไม่สามารถที่จะจดทะเบียนชื่อได้ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “Body Armour” ซึ่งก็ไม่สามารถจดทะเบียนได้อีก มีอยู่วันหนึ่ง พี่ชายของ Kevin Plank เดินเข้ามาถามว่า ธุรกิจ Under Armour เป็นยังไงบ้าง และนี่ก็คือความบังเอิญของชื่อ “Under Armour”

 

อ้างอิง

https://bit.ly/30TlGoz

https://bit.ly/30Q1zHK

https://bit.ly/2Yb2HUA

https://bit.ly/37A8vu8

https://bit.ly/2BkqVmk

https://undrarmr.co/30Q1rIg

 

สูตรความสำเร็จกับ "ที่สุด" ของประเทศ

คอร์สออนไลน์กับผู้บริหาร ผู้นำทางความคิด แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน