Gunnar Engellau: ผู้ช่วยชีวิตคนหลายล้านคนจากเข็มขัดนิรภัย

เคยสงสัยกันไหมว่า เข็มขัดนิรภัยรูปแบบปัจจุบันซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในรถ มีที่มาจากไหน และใครเป็นเจ้าของไอเดียนี้ มาหาคำตอบไปพร้อมกับ Career Fact ผ่านบทความนี้กัน

เริ่มต้นจากความสูญเสีย

กันนาร์ แองเกเลา (Gunnar Engellau) เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าใหญ่ของกลุ่มบริษัทผลิตยานยนต์สัญชาติสวีเดน วอลโว่ (Volvo) และควบหน้าที่เป็นวิศวกร เขาสูญเสียคนในครอบครัวจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ซึ่งเกิดจากการออกแบบเข็มขัดนิรภัยแบบสองจุดที่ไม่ได้มาตรฐานในเวลานั้น ความสูญเสียครั้งนั้นทำให้ตัดสินใจชักชวน นีลส์ โบห์ลิน (Nils Bohlin) วิศวกรที่ทำงานอยู่ในบริษัท Saab มาร่วมคิดค้นทางออกให้กับวิกฤตนี้ โดยมุ่งหวังให้วอลโว่เป็นบริษัทแรกที่กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยแบบใหม่ขึ้น

ปัญหาของเข็มขัดนิรภัยแบบเดิม

การออกแบบเข็มขัดนิรภัยแบบเดิมซึ่งคือสองจุดมี 2 ปัญหาหลัก คือ 

  1. เข็มขัดนิรภัยพาดไปบนตักเท่านั้น ทำให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ กระดูกเชิงกรานของผู้โดยสารจะไม่ได้รับการปกป้อง และผู้โดยสารยังเสี่ยงได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ หน้าอก และกระดูกหัก นอกจากนี้ เข็มขัดมีโอกาสที่จะทำให้อวัยวะภายในเสียหาย และยังมีโอกาสที่ตัวผู้โดยสารจะลื่นหลุดจากเข็มขัดนิรภัย
  2. คนส่วนใหญ่ไม่นิยมรัดเข็มขัดนิรภัยแบบนี้ เพราะรู้สึกว่าเทอะทะและไม่สบายตัว

คิดค้นทางออกใหม่

นวัตกรรมเข็มขัดนิรภัยแบบใหม่ คือเข็มขัดนิรภัยแบบสามจุดใช้เม็ดเงินหลายล้านดอลลาร์และใช้เวลากว่า 6 ปี เพื่อทุ่มทุนวิจัย พัฒนา ทดสอบกับอุบัติเหตุหลายหมื่นครั้ง รวมถึงวางแผนการตลาดในการโปรโมท จนทำให้ชาวสวีเดนหันมาใช้เข็มขัดนิรภัยแบบใหม่ และอย่างที่เล่าไปแล้วว่าคนส่วนมากรู้สึกว่าเข็มขัดนิรภัยแบบสองจุดทำให้เกิดความไม่สะดวกสบาย โบห์ลินจึงคิดค้นเข็มขัดนิรภัยที่รัดแล้วสบายตัวมากขึ้น และใช้งานได้ง่ายขึ้น สามารถรัดพาดตัวผู้โดยสารโดยใช้แค่มือเดียว

A not-so-brief history of the seatbelt | Driving

ความสำเร็จของเข็มขัดนิรภัย

เข็มขัดนิรภัยจากวอลโว่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีอัตราการใช้ของคนสวีเดนเพิ่มขึ้นจาก 25% ในปี 1965 ไปสู่มากกว่า 90% ในปี 1975

มนุษยธรรมของผู้คิดค้น

แน่นอนว่าผู้คิดค้นนวัตกรรมที่ได้รับผลตอบรับดีและเปลี่ยนแปลงสังคมขนานใหญ่ย่อมต้องการจดสิทธิบัตรนวัตกรรมเพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบและต้องการโปรโมทแบรนด์ของตัวเองอย่างเต็มที่ แต่วอลโว่ไม่ได้คิดเช่นนั้น แม้จะดำเนินการจดสิทธิบัตรเรียบร้อย แต่วอลโว่เปิดโอกาสให้บริษัทรถยนต์อื่นๆ หาผลประโยชน์จากนวัตกรรมชิ้นนี้ได้ และให้สปอนเซอร์ทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กับบริษัทรถยนต์คู่แข่งเพื่อกระตุ้นให้เกิดการผลิตเข็มขัดนิรภัยขึ้น เพราะวอลโว่เชื่อว่านั่นหมายถึงความรุนแรงจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้คนในสังคมจะลดน้อยลงตามไปด้วย และผู้ใช้รถยนต์ยังได้รับผลดีต่อยอดตามมาคือ สามารถลดการทำประกันอุบัติเหตุลง เนื่องจากมีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุน้อยลง

ภาพลักษณ์ที่ดีของวอลโว่

ท้ายที่สุด การคิดค้นนวัตกรรมเพื่อช่วยผู้คนในครั้งนี้ส่งผลในการต่อยอดภาพลักษณ์ที่ดีของวอลโว่ 

โดยปัจจุบัน วอลโว่ถือเป็นรถยนต์ที่ติดอันดับต้นๆ ว่ามีความปลอดภัยในการโดยสารมาก และก็ยังมุ่งมั่นคิดค้นนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยใหม่ๆ ขึ้น เช่น การพัฒนาถุงลมนิรภัย และเซนเซอร์ตรวจจับถนน

อ้างอิง https://bit.ly/3n37enB https://bit.ly/30vQm0V

สูตรความสำเร็จกับ "ที่สุด" ของประเทศ

คอร์สออนไลน์กับผู้บริหาร ผู้นำทางความคิด แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน